หลวงพ่อชากล่าวไว้ว่า “การปฏิบัตินั้น ขี้เกียจก็ทำ ขยันก็ทำ แล้วอีกหน่อยก็จะชนะตัวเอง” วันนี้และตอนนี้มดอยู่ในช่วงอารมณ์ตก ขี้เกียจเขียนเป็นอย่างมาก แต่รู้จักตัวเองมากพอจนแน่ใจว่าอีกไม่กี่วันอารมณ์ก็จะขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าเป็นอาทิตย์ก่อน วันนี้คงไม่ได้มานั่งเขียนและคงจะหาเหตุผลดี ๆ ที่ตัวเองชอบฟังมาบอกว่า ”อย่าเพิ่งเขียนเลย วันนี้อารมณ์ไม่ปกติ เดี๋ยวงานเขียนจะออกมาไม่ดี” แต่เพราะตั้งแต่นี้ไปอยากจะเอาชนะตัวเอง อยากฝึกวินัยให้กับตัวเอง และใช้คำของหลวงพ่อชาเตือนตัวเองแบบย้ำ ๆ ว่า “ขี้เกียจก็ทำ ขยันก็ทำ” ฟังดูเหมือนว่าไม่สนใจว่าผลงานนั้นจะออกมาเป็นอย่างไร ลักษณะคล้ายหุ่นยนต์ แต่สำหรับมดถือว่าเป็นการดัดสันดานของตัวเองได้อย่างดี
ก่อนที่จะเริ่มเขียนจริงจังทุกวันอย่างนี้ มดเคยมีไดอารี่แบบจดบันทึกความรู้สึกอยู่หลายเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มเขียนไปได้ไม่เคยเกิน 10 หน้า แถม Blog online แบบนี้ก็เคยทำมาตั้งแต่เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เขียน ๆ หยุด ๆ จนขี้เกียจและล้มเลิกไปในที่สุด ระหว่างที่ไม่ได้เขียนอะไรเลย ก็มักจะนั่งนึกถึงเรื่องที่อยากจะเขียนอยู่เสมอ เห็นอะไรน่าสนใจก็จดไว้ในหัว แต่ไม่เคยจดลงกระดาษ วันเวลาผ่านไปก็ปล่อยให้ความคิดนั้นลอยไปในอากาศ
มดเริ่มต้นเขียนเพราะอยากเขียน เพราะรู้สึกแย่กับตัวเองที่อายุมากขึ้นทุกวัน ทำไมยังยอมแพ้ความขี้เกียจอยู่ร่ำไป รู้ดีว่าเครื่องมือกำจัดความขี้เกียจคือวินัย และสำหรับมดขอพ่วงความภูมิใจขึ้นมาอีกอย่าง การจัดสรรเวลาให้กับตัวเองได้ทำอะไรบางอย่างเป็นประจำทุกวันและบังคับตัวเองให้ทำได้ตามนั้นนั่นคือวินัย แต่หลังจากที่ทำได้ตามนั้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน และทำได้ดีจนตัวเองพอใจ นั่นคือความภูมิใจ สองอย่างนี้โบยตีให้ความขี้เกียจตัวเล็กลงเรื่อย ๆ และมดหวังว่าจะเล็กลงไปมากกว่านี้อีก
สิ่งที่นอกเหนือไปจากความขี้เกียจที่มดต้องการกำจัด ก็คือมดอยากพัฒนาการเขียนของตัวเอง โดยไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะได้เป็นนักเขียนชื่อดัง หรือประสบความสำเร็จในชีวิตนักเขียน มดแค่เขียนเพื่อที่จะเขียนให้ดี ไม่ได้มีเป้าหมายอื่น และเพิ่มเติมมากไปกว่าการมาเขียนบน Blog วันละเรื่อง มดเขียนเรื่องเป็นภาษาเยอรมันวันละแผ่นส่งให้ครูลูเชอร์ด้วย อยากรู้ว่าทักษะการเขียนที่เรามีอยู่เท่านี้ กับทักษะภาษาเยอรมันที่มีอยู่น้อยนิด จะทะลุกำแพงภาษาและสามารถสื่อออกไปได้อย่างใจหรือไม่
ทุกวันนี้มดตื่นก่อนเวลาที่ควรจะตื่น 1 ชั่วโมง เพื่อจะได้มีเวลามานั่งเขียนอะไรก็ได้ 1 เรื่องลงบน Blog และใช้เวลาในการนั่งรถไฟกลับจากโรงเรียน 40 นาทีเขียนเรื่องอะไรก็ได้เป็นภาษาเยอรมัน 1 เรื่อง นั่นคือวินัย และคือความภูมิใจที่ขับเคลื่อนชีวิตมดในช่วงนี้
Mod-x
November 22nd, 2007 at 6:28 am
อยากขี้เกียจก็ทำ และมีวินัยแบบมดบ้าง
บางทีอ้างขี้เกียจ เพราะอยากตกตะกอน
ไม่เคยเขียนอะไรได้ทุกวันหรอก
อารมณ์อยากเขียนมันมาเป็นบางวัน
มาแบบทะลักๆ แต่ถ้าเขียนแล้วจะไม่อยากนอน
ตื่นเช้าไม่เป็นนิ ทุกวันนี้จำใจตื่น หัวแล่นเฉพาะตอนคนอื่นๆเขานอนเท่านั้น
ความคิดนี่มันไหลทะลักได้ตลอดเวลาทั้งวันเลยเนอะ
เคยคิดว่าถ้ามีเครื่องมือทันสมัยเสียบเข้าสมอง
แล้วเขียนความคิดออกมาได้ขณะที่คิดเลย ท่าจะดี
ไม่ต้องรอว่างมานั่งเขียนเรียบเรียงตัวอักษรที่เคยคิดใหม่
เพราะเวลาหัวแล่นๆ ไม่ต้องเค้นคิดที่จะดีดเขียนเลยจริงๆ
มันพรวดๆ ออกมา เอากะละมังรองเก็บไว้ก่อนก็ไม่ได้
คิดฟุ้งๆ แล้วปลิวหายไปซะหมด จดก็ไม่ทัน – กำ 555
May 26th, 2008 at 4:00 am
แล้ววันนี้ล่ะ โบยตีตัวขี้เกียจได้สักกี่ทีแล้ว เดือน พ.ค. ยังไม่เห็นเขียนสักเรื่องเลย ^_^