Oct 13

มะลิน้อยของแม่ 365 วันที่ผ่านมา เราไม่เคยห่างกันและกัน แม่มีหนู หนูมีแม่ เรามีกันและกันเกือบทุกโมงยาม แม่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่จะสามารถอยู่กับใครตลอดเวลาได้ยาวนานทุกวันตลอดปีแบบนี้ เพราะนิสัยของแม่มักจะสร้างพื้นที่ส่วนตัวไว้กว้างขวาง เปิดโอกาสให้คนอื่นเดินเข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่เคยใกล้ชิดใครมากมายขนาดนี้มาก่อน หนูคือคนแรกในชีวิตแม่จ้ะ และหนูยังเป็นคนเดียวที่เคยได้ยินเสียงหัวใจของแม่แบบใกล้ชิด ได้สัมผัสถึงภายในตัวตน ความคิดและจิตใจของแม่แบบที่ใครก็ไม่สามารถจะทำได้ แม้แต่พ่อของหนูที่แม่คิดว่ารู้จักแม่ดีที่สุดคนหนึ่ง

ในตอนแรกแม่ตั้งชื่อให้หนูว่า Buddy และยังเรียกติดเรื่อยมาจนหนูเกือบ ๆ ห้าเดือนน่ะจ้ะ ชื่อนี้มีที่มาจากเช้ามืดของคืนวันที่ 16 กรกฎาคม แม่สะดุ้งตื่นและปลุกพ่อ พร้อมกับเล่าความฝันที่ชัดเจนเหมือนตาเห็นให้พ่อฟัง แม่ฝันว่า แม่นั่งอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง บรรยากาศสดชื่นสบายใจ มีแม่นั่งอยู่กับเด็กหญิงสองคน กำลังนั่งระบายสีในสมุดกันอยู่ ในฝันเป็นภาพลางเลือน แม่มองไม่เห็นหน้าชัดเจนนัก แต่ในความรู้สึกแม่รู้ได้ว่า เด็กหญิงที่โตกว่าคือ น้องเอมี่ ลูกสาวคนเล็กของป้าจุ๋ย และเด็กตัวเล็กที่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นคือลูกของแม่

ความรู้สึกอีกอย่างที่กระทบใจแม่อย่างมากมายก็คือ แม่รู้สึกรัก รู้สึกเอ็นดูเด็กตัวเล็กคนนี้มาก เฝ้าลูบผมลูบหัวอยู่ตลอด ในฝันไม่มีเสียงใด ๆ เลย เหมือนกับภาพยนต์เงียบที่ดำเนินไปอย่างนุ่มนวล แล้วจู่ ๆ แม่ก็รู้สึกมีคำถาม เลยโพล่งขึ้นไปว่า “You gonna call me MOM or Sister?” แม่ก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงถามออกไปแบบนั้น แต่หนูเงยหน้าขึ้นตาแจ๋วแหววของลูกสบกับตาแม่แล้วตอบว่า “I’m gonna call you BUDDY” แล้วแม่ก็ตกใจตื่น อันเป็นที่มาของการปลุกพ่อหนู แล้วบอกพ่อรัว ๆ ว่า “ลูกมาหา ลูกมาหา จะมาอยู่ด้วย” พ่อหัวเราะยิ้ม ๆ พลางดีใจไปด้วย แล้วบอกว่า เราจะเรียกลูกว่า Buddy ไปก่อนก็แล้วกันนะ ซึ่งหลังจากนั้นอีก 6 เดือนแม่ก็ตั้งท้องหนูจ้ะ

แต่พอตรวจอัลตร้าซาวด์ดูแล้วรู้ว่าเป็นผู้หญิง แม่กับพ่อเลยหาชื่อน่ารัก ๆ เหมาะกับเด็กผู้หญิงมาให้ ซึ่งโจทย์ก็คือ ควรเป็นชื่อที่ไทย และใช้เป็นชื่อทางฝรั่งได้ด้วย หากันอยู่นานจ้ะ จนมาลงตัวที่หนูมะลิ เด็กหญิงจัสมิน นี่แหละ จริง ๆ ชื่อ “มะลิ” เป็นชื่อที่แม่ผูกพันมากเพราะรถคันแรกเป็นสีขาวแม่ก็ตั้งชื่อว่า “มะลิ” ลูกวัวสีขาวตัวแรกที่แม่ไปให้กำลังใจวันแรกคลอดแล้วได้มีโอกาสตั้งชื่อ แม่ก็ตั้งให้ว่า “มะลิ” พอถึงตอนที่กำลังหาชื่อให้หนูอยู่ พ่อก็พูดถึงชื่อ “มะลิ” ขึ้นมา แล้วแม่ก็รู้ว่า ต้องเป็นชื่อนี้เท่านั้นถึงจะเหมาะสม และใครต่อใครก็ชอบกันมากจ้ะ

พัฒนาการในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนเข้าขวบนั้นคือเริ่มซ่าส์ เดินไปทั่วแม้จะยังเดินไม่แข็ง เดินแล้วล้มก้นจ้ำเบ้า หนูก็ยังพยายามลุกขึ้นทุกครั้ง แต่วันไหนที่เพลียต่อการล้ม หนูก็กลับมาคลานอย่างรวดเร็วเหมือนเคย พอหลายเหนื่อยก็ซ้อมเดิน ๆ ล้ม ๆ ต่อไป นอกจากเห่อเดิน ก็ยังเห่อพูดอีกด้วย พูด ๆ บ่น ๆ บลา ๆ ได้ทั้งวัน พ่อหนูล้อว่า มะลิมีคอมเม้นท์กับทุกเรื่อง ถ้าพูดได้สงสัยจะแย่กันทั้งพ่อและแม่แน่นอนจ้ะ

เดือนกันยาเป็นเดือนเกิดของพวกเรา พ่อเกิดต้น ๆ เดือน ส่วนหนูกับแม่มีวันเกิดไล่เลี่ยกันในช่วงปลายเดือน ดังนั้นกลางๆ เดือนพ่อกับแม่เลยจัดทริปไปเที่ยวอิตาลีฉลองวันเกิดของครอบครัวเราจ้ะ ตอนแรกแม่ก็มีกังวลเล็กน้อย เนื่องจากการเที่ยวครั้งนี้เราไม่ได้ขับรถไป แต่จะใช้บริการขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ทั้งเครื่องบิน รถไฟ รถราง รถเมล์ เรือ ความกังวลของแม่ก็คือ เรื่อง กิน อยู่ หลับนอน ของลูกนี่แหละจ้ะ กลัวว่าระบบจะเสียหากไม่ได้ทำตามเวลา และไม่แน่ใจว่าลูกจะนอนหลับกลางวันอย่างไรระหว่างเที่ยว จะนอนกลางคืนหลับมั้ย แล้วจะกินได้รึเปล่า แต่ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นแค่ความกังวลเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะลึก ๆ แม่ก็เชื่อว่าลูกน่าจะปรับตัวได้

ในสองวันแรกอยู่ในช่วงปรับตัว หนูจะงอแงมากที่จะต้องอยู่ในเป้อุ้มตลอดเกือบทั้งวัน เพราะปกติอยู่จะได้วิ่งเล่นในบ้าน นอกบ้านอย่างเพลิดเพลิน พอต้องมาอยู่แบบนี้ก็เหมือนโดนขังดี ๆ นี่เอง หนูก็จะอาละวาด กรี๊ด และกรี๊ดดดดดยาว ๆ ซึ่งหนูจะเลือกกรี๊ดตอนที่อยู่ในรถไฟบ้าง บนเรือบ้าง เพิ่มความกดดันให้พ่อกับแม่สองสามเท่าตัว ซึ่งพอเข้าวันที่สามก็เหมือนว่าหนูจะทำใจได้แล้ว พอจับใส่เป้หนูก็ไม่ค่อยร้อง แถมยังเต้นยึกยักสนุกสนาน เพราะรู้ว่าจะได้ออกไปข้างนอก ไปดูนู่นนี่ ไปเจอผู้คน ไปกินของอร่อย ๆ ซึ่งทำให้ตั้งแต่นั้นจนจบทริป 9 วัน พวกเรามีความสุขกันมากในการเดินทางท่องเที่ยวอิตาลี

คนอิตาลีเอ็นดูเด็กเล็ก ๆ และมะลิของแม่ก็เป็นเด็กเล็ก ๆ ที่อารมณ์ดีเกือบทั้งวัน พร้อมรับแขกอยู่เสมอ ใครมาเล่นก็จะเล่นด้วย ใครไม่เล่นด้วยก็พยายามเล่นกับเค้า หนูทำให้คุณป้าที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ข้าง ๆ บนรถไฟใต้ดิน ยอมหันมาเล่นกับหนูจนได้ หรือคุณลุงบริกรหน้าโหด ก็ยังเอาขนมปังมาให้หนูกินเล่นหลายรอบ บางทีแม่ก็ปล่อยให้หนูคลานเล่นอยู่ในร้านอาหารที่ไม่ค่อยมีคน  หนูคลานไปถึงหน้าครัว แล้วคุณลุงคุณป้าพ่อครัวแม่ครัวก็มาอุ้มหนูไปเล่นด้วยกันในครัวอย่างสนุกสนาน

เรื่องกินนอนขับถ่ายของหนูก็ไม่มีปัญหา หนูชอบอาหารอิตาเลียนมาก โปรดการกินเส้นสปาเก็ตตี้ ซุปมะเขือเทศ และอาหารที่อบชีสต่าง ๆ บางมื้อหนูกินเยอะจนแม่ต้องหยุดป้อน ส่วนเรื่องนอนกลางวัน หนูก็หลับไปกับเป้ที่พ่ออุ้มได้ทุกวัน กลางคืนก็หลับยาวเหมือนกับตอนที่อยู่ที่บ้าน และบางโรงแรมที่เราไปพักก็เตรียมเตียงเด็กขนาดเล็กไว้ให้ด้วย พ่อกับแม่ก็ได้นอนกันอย่างสบายหน่อยจ้ะ อาจจะมีเรื่องปวดหัวอยู่เรื่องเดียวก็คือที่อิตาลีหาห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หนูยากเสียจัง บางทีแม่ก็ต้องเปลี่ยนในท่านั่ง คือแม่นั่งอยู่ในห้องน้ำ แล้วจับหนูเปลี่ยนผ้าอ้อมกันบนตักนี่แหละจ้ะ บางทีก็ทุลักทุเลพอสมควร นอกจากเรื่องนี้แล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี และพวกเรามีความสุขกันมากจ้ะ

ในวันเกิดครบรอบหนึ่งขวบของหนู แม่ทำคัพเค้กก้อนเล็กให้หนูหนึ่งก้อน แต่งหน้าด้วยสีเขียวอ่อน โรยน้ำตาลสีลูกกวาดสวยงาม จุดเทียนให้หนูหนึ่งเล่ม แต่โชคร้ายว่าเป็นวันที่ฟันซี่ที่เจ็ดของหนูกำลังโผล่ขึ้นมาพอดี ทำให้หนูมีไข้เล็กน้อย และไม่ค่อยอยากอาหาร แต่สำหรับเค้กอร่อย ๆ นี้ หนูก็กินให้แม่ชื่นใจไปเกินครึ่ง แล้วหนูก็งอแงอยากนอนอยากพักเสียแล้ว  พ่อกับแม่ก็ไม่ได้นึกเสียดายที่หนูไม่ค่อยสนุกในวันเกิด เพราะสำหรับเราแล้ววันเกิดไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เพราะทุก ๆ วันนั้นสำคัญอยู่แล้ว ทั้งความรัก ความเอาใจใส่ ความห่วงใย พ่อกับแม่ให้หนูเต็มที่ในทุก ๆ วัน วันคล้ายวันเกิดจึงเป็นเพียงอีกหนึ่งวันที่ให้เราได้นับ ได้รำลึกถึงว่า เวลาได้ผ่านมาแล้วหนึ่งปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากมายเหลือเกิน ดังที่ใครหลายคนบอกไว้ว่า “เวลาแห่งความสุข มักจะสั้นกว่าปกติ” เพราะพ่อกับแม่ยังพูดกันอยู่เสมอ ๆ ว่า “ไม่น่าเชื่อ ปีนึงแล้วหรือนี่”

จากเจ้าเด็กน้อยตัวเล็กที่แม่ต้องอุ้มประคองเพราะกลัวจะหลุดมือ กลายมาเป็นเจ้าแสบจิ๋วที่แม่แทบจะอุ้มไม่ไหว บางทีแม่ก็อยากจะหยุดเวลาบางช่วงไว้แล้วตักตวงความสุขจากความน่ารักน่าใคร่ของหนูให้เต็มที่ แล้วค่อยกดปุ่มให้ชีวิตดำเนินไป แต่ในเมื่อทำไม่ได้ แม่จึงต้องมาบันทึกเก็บไว้อยู่นี่แหละจ้ะ การเขียนบันทึกเป็นเรื่องที่มีความสุขของแม่ ทั้งในตอนที่เขียนอยู่ และตอนที่เขียนเสร็จ ทั้งยังรวมไปถึงในอนาคตที่แม่จะมานั่งอ่านอีกครั้ง  แม่มีความหวังเล็ก ๆ ว่าโตขึ้นหนูจะรักการอ่าน และการเขียนเหมือนกับแม่นะจ๊ะ แม่การันตีว่าจะเป็นโลกที่ลูกจะมีความสุขอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใครหรืออะไรมีเพียงความคิดและจินตนาการอันกว้างไกลเท่านั้น

รักลูกดังดวงใจ
แม่

14 Responses to “11-12 หนึ่งปีที่มีกัน”

  1. น้าพิน น้าชวง และพี่พราว Says:

    ติดตามมะลิมาตั้งแต่หนูคลอดจนหนูครบหนึ่งขวบแล้ว
    รักและเอ็นดูหนูมากจ้ะ
    ไว้น้าพินน้าชวงจะพาพี่พราวไปเยี่ยมหนูให้ได้สักวันหนึ่งนะคะ

  2. Mod-x Says:

    ขอบคุณมากค่ะ
    จะเฝ้ารอพี่พราว น้าพินน้าชวงนะคะ

  3. Anonymous Says:

    ตาสกลก็ตามหนูมาตลอดเหมือนกัน อ่านที่แม่มดของหนูเขียนทุกครั้งแล้วมีความสุข รวมทั้งที่สรุปไว้ข้างบนนี่ด้วย นึกภาพออกพอสมควรเพราะเคยนอนที่บ้านของหนู เคยเดินเล่นบริเวณรอบ ๆ เป็นบรรยากาศที่สงบเย็นและสวยงาม จะตามหนูต่อไปนะมะลิ

  4. Mod-x Says:

    ขอบคุณค่ะคุณพ่อ : )

  5. ป้าต้อม Says:

    ทำไมทุกครั้งที่ได้อ่านบันทึกของแม่มดถึงหนูมะลิ ป้าต้อมต้องร้องไห้ด้วยก็ไม่รู้นะคะ รู้สึกดีมีความสุขที่ได้เห็นครอบครัวน่ารักครอบครัวนี้ เป็นครอบครัวตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบในทุกๆเรื่อง ชอบทุกตัวอักษร ชอบทุกบรรทัดที่ถ่ายทอดออกมาจากความรักแท้ที่แม่มดคนดีมีให้ต่อลูกสาวคนเก่ง แสนน่ารัก บรรทัดสุดท้าย เขียนไว้ว่า “” โลกที่ลูกจะมีความสุขอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใครหรืออะไรมีเพียงความคิดและจินตนาการอันกว้างไกลเท่านั้น “” ชอบประโยคนี้มากที่สุดเลยค่ะ … รักแม่มด กับ หนูมะลิ มากๆนะคะ :)

  6. Mod-x Says:

    ขอบคุณพี่ต้อมที่ติดตามเสมอมาค่ะ

  7. ป้าต้อม Says:

    เข้ามาอ่านอีกรอบให้พี่เซเนียฟังนะคะ ป้าต้อมกับพี่เซเนียมีความสุขมากๆที่ได้อ่านไดอารี่ของนู๋มะลินะคะ

    L O V E ka :)

  8. Alex Says:

    อ่านในวรรคแรกๆ ก็มาคิดว่า โชคดีของเราน่ะที่ได้รู้จักกับครอบครัวน่ารักครอบครัวนี้ ได้รับรู้ถึงสิ่งดีๆที่พ่อและแม่มีให้กับมะลิ และมะลิเองก็ทำให้พ่อและแม่รักได้อย่างที่ควรจะเป็น ไม่งอแงหรือโยเยเกินกว่าที่จะเป็น(อ่านจากที่แม่ได้เขียนมาหลายๆตอน) ลุงก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามความเป็นไปของหลานและอยากส่งความรักผ่านมาให้ด้วยเหมือน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าได้อวยพรให้หลานมะลิ มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นเด็กดีกับพ่อแม่และคนรอบข้างทุกคน ตลอดไปจ๊ะ

  9. Anonymous Says:

    30/ต.ค./56
    มะลิที่รัก
    จริงๆป้าเตยอ่านเรื่องนี้ ของหนูไป 1 หนแล้ว แต่วันนี้อยู่ๆคิดถึงหนูมะลิแก้มใสขึ้นมา(ป้าขอฟ้องเลยเดี๋ยวนี้แม่หนูไม่ค่อยเอาเรื่องของหนูมาเล่าบ่อยๆ 1 อาทิตย์จะมาแค่ 2 ครั้งเองคะ แม่บอกให้ป้าไปตามดูที่เพจอาหารของมะลิ แต่ก็ไม่มีรูปหนูให้ดูจุใจ มีแต่อาหารๆๆและอาหาร) ป้าเลยต้องหาเวลาว่างจากงานเข้ามาดูรูปมะลิให้หายคิดถึงเดี๋ยวค่อยไปทำงานต่อ 555
    จากบันทึกฉบับนี้ ที่แม่พาหนูไปเที่ยว เป็นการเดินทางไกลของมะลิครั้งที่ 2 นับจากมาเมืองไทยปี 55 ป้าเตย ลุงสันต์ และ ทุกๆคน ที่เป็นแฟนคลับหนู ได้รับรู้การเดินทางท่งอโลกของมะลิผ่านทาง Facebook ซึ่งป้าไม่แน่ใจว่าเมื่อหนูโตขึ้นจะยังมีอยู่หรือเปล่า มันทำให้ป้าและทุกคนได้เห็นว่ามะลิมีความสุขมากมายที่ได้ไปเที่ยวและสนใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจริงๆ ป้าเชื่อว่าโตขึ้น หนูคงชอบศึกษาโลกกว้างใบนี้ที่อยู่รอบตัวหนูนะคะ

    คิดถึงมะลิจังเลย

    ป้าเตยกับลุงสันต์

  10. MAXtreamer Says:

    У меня депрессия

  11. ทํางานผ่านเน็ต Says:

    Its like you learn my thoughts! You appear to know so much about this, like you wrote the book in it
    or something. I believe that you could do with a few p.c.
    to pressure the message house a little bit, but instead of that, that is wonderful
    blog. An excellent read. I’ll certainly be back.

    Feel free to visit my blog post: ทํางานผ่านเน็ต

  12. อาชีพทําเงิน Says:

    Every weekend i used to pay a quick visit this site, as i wish
    for enjoyment, since this this web page conations really pleasant
    funny stuff too.

  13. งาน part time Says:

    Hi, I think your site might be having browser compatibility issues.
    When I look at your blog site in Chrome, it looks fine but when opening in Internet Explorer,
    it has some overlapping. I just wanted to give you a
    quick heads up! Other then that, superb blog!

  14. reburerap64 Says:

    I’m so glad that the inenetrt allows free info like this!

Leave a Reply