เมื่อคืนมดฝัน เป็นฝันในไม่กี่ครั้งที่รู้สึกว่าได้ิยินเสียงตัวเองพูดออกไปจริง ๆ ปกติแล้วในฝันบางทีมันจะลางเลือน คลุมเคลือ เห็นหน้าไม่ค่อยชัด ต่อให้รู้ว่าในฝันเป็นใครกับใคร แต่มดจะไม่เห็นหน้าชัด ๆ ไม่ได้ยินเสียงชัด ๆ มันเป็นแค่ความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ แต่ฝันเมื่อคืนมดเห็นตัวเองนั่งคุยกับเพื่อน ในสถานที่สบายแห่งหนึ่ง มดไม่ได้มองหน้าเพื่อนแต่รู้ว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร เรานั่งข้าง ๆ กัน แล้วมดก็ได้ยินเสียงตัวเองในฝัน กำลังพร่ำรำพันถึง …. การเดินทาง
ใครหลายคนมักจะเปรียบเทียบ “มนุษย์” เป็น “หนังสือ” และด้วยความที่มดชอบอ่านหนังสือ แม้จะเรียกตัวเองว่าเป็นหนอนหนังสือไม่ได้ แต่ก็เรียกตัวเองว่า ผู้รักการอ่าน ได้โดยไม่ขัดเขิน ดังนั้น เมื่อใครคนนั้นบอกว่า มนุษย์คือหนังสือเล่มหนึ่ง มดจึงรู้สึกอิน และเข้าใจได้ไม่ยาก ว่าใครคนนั้นหมายความว่าอย่างไร
ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ 01.01น. (dubai time)
เอมิเรทส์เปลี่ยนเครื่องใหม่ 777 เหมือนเดิมแต่ใหม่กว่าเดิม นั่งสบายเพราะมีที่ว่างระหว่างแถวมากขึ้น แต่ไม่ได้นอน ขึ้นเครื่องมาตอนใกล้บ่ายสาม ไม่ใช่เวลานอน เลยได้ดูหนังไปสองเรื่องครึ่ง
แม้มดจะไม่ค่อยอินกับความรักในอุดมคติของใครหลายคน ที่ว่าชายหญิงหรือคนรักคือชิ้นส่วนที่ขาดหายของกันและกัน แม้จะเคยรู้สึกโรแมนติกในบางครั้งที่คิดว่าใครบางคนก็ตามหาเราอยู่เช่นกัน แต่ในที่สุดมดกลับยอมรับความเชื่อและความจริงที่ว่า มนุษย์เกิดและตายคนเดียว และต่างเวียนว่ายเปลี่ยนคู่แท้มากหน้าหลายตาไม่รู้กี่พันล้านครั้ง ไม่มีใครเป็นคู่แท้อันนิรันดร์ของใคร แต่ถึงจะเชื่อและยอมรับอย่างนั้น มดก็อดไม่ได้ที่จะมีความเศร้าลึก ๆ ในใจกับความจริงข้อนี้
ช่วงนี้มีหลาย ๆ คนพูดถึงเรื่อง “พอดี และ ดีพอ” กันหนาตาใน Face Book เหตุก็คงมาจากหนังเรื่อง “32 ธันวา” ที่กำลังเข้าฉายอยู่ที่เมืองไทย ความพอดี และ ดีพอ คือประเด็นที่หนังพยายามบอกโดยทิ้งคำถามง่าย ๆ ไว้ว่า “เคยถามตัวเองบ้างไหม ว่าเธอรักฉันเพราะฉันดีพอ หรือพอดี?” ถ้าถามมด คำตอบก็คือว่า “เพราะเธอดีพอ เธอจึงพอดี”