ความรู้สึกเกี่ยวกับบ้านของมดที่ชัดเจนมากที่สุดคือ เตียงนอน และ ห้องน้ำ เพราะยามที่ห่างหายออกไปจากบ้าน ไประหกระเหินเร่ร่อนตามบ้านอื่นเมืองไกล สิ่งที่คิดถึงและทำให้เราอยากกลับบ้านมากที่สุดก็คือ สองอย่างข้างต้น แม้จะนอนไหนนอนได้ ทำธุระหนักเบากลางป่าเขาเปลือยไพรยังไงก็ได้ แต่สุดท้ายก็ยังคิดถึงเตียงนอนของเราที่มีกลิ่นหมอนเก่า ๆ และห้องน้ำแคบ ๆ ที่เราให้ความวางใจมากที่สุดอยู่ดี ในชีวิตมดเลยมีโอกาส “คิดถึงบ้าน” บ่อยครั้ง คงเพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ได้เดินทางบ่อยนั่นเอง
เมื่อคราวต้องไปอบรมพี่เลี้ยงเยาวชนผู้รักธรรมชาติ ทำให้ได้ผันตัวไปใช้ชีวิตกลางป่าอยู่เป็นประจำ หุงหาอาหารด้วยฟืนไฟ ขมวดผ้าถุงอาบน้ำลำธาร เดินไปหาที่ปล่อยทุกข์พร้อมเสียมด้ามเล็ก แถมด้วยการนอนเปลที่ถูกผูกไว้ระหว่างต้นไม้สองต้นตลอดทั้งคืน มันไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำไม่ได้ ในเมื่อใครต่อใครหลายคนก็ทำกัน มันคือค่านิยมหรือการอยู่รว่มกันของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่มีอยู่เดิม เมื่อเราเป็นผู้มาใหม่ เห็นใครขี้อย่างไรก็ต้องขี้ตาม เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องเป็น เห็นใครหลิ่วตาอย่างไร ก็ต้องทำเป็นหลิ่วแบบนั้นตาม เพียงแต่ การได้ไปใช้ชีวิตในช่วงเวลาสั้น ๆ แบบนั้นหลาย ๆ ครั้ง ทำให้มดผูกพันและสนิทสนมกับ “บ้าน” มากยิ่งขึ้น แม้ความหมายของมันคือการได้อยู่บ้านน้อยลงกว่าปกติก็ตาม
เราไม่ได้ใช้ระยะเวลาวัดความผูกพันไม่ใช่หรือ?
ส่วนครั้งที่เดินทางย่ำไปแถบอินโดจีนเดือนกว่า ๆ เป็นครั้งแรกของการเดินทางคนเดียวเป็นเวลานาน ได้พบเจอผู้คนมากมาย ได้เก็บเกี่ยวหลายประสบการณ์ ซึ่งรวมไปถึงการได้เปลี่ยนที่นอนไปหลายแบบ และใช้ห้องน้ำอย่างโชกโชนในหลายสภาพ ห้องน้ำที่เมืองปากแบง เมืองตรงกลางระหว่างเชียงของกับหลวงพระบาง ทำให้ท้องผูกแบบจำใจจนเลยเถิดไปหลายมื้อ ห้องน้ำที่เวียดนามในคืนหนึ่งระหว่างทางไปเว้ ปลอดโปร่งโล่งอากาศ โดยมีเพื่อน ๆ สาวชาวฝรั่งนั่งเป็นเพื่อนแบบเห็นรอยยิ้มได้ถนัด
ช่วงที่เดินทาง การทำลืมไปว่าเราเคยอยู่อย่างไร กินอย่างไร ขี้อย่างไร ก็ทำให้การเดินทางราบรื่นและมีความสุขดี แต่หลังจากเท้าแตะเข้ากับกระเบื้องเก่า ๆ ในห้องน้ำบ้านเรา และหลังแตะกับฟูกนุ่ม ๆ หัวแตะกับหมอนเน่าใบเก่า เท่านั้นความรักในบ้านของเราก็เอ่อล้นขึ้นมาทันที
มดเขียนถึงบ้าน เพราะมดเพิ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกในชีวิตร่วมกับคุณอ้วน มันไม่ได้เป็นความรู้สึกใหญ่โตอะไรมากมายไปกว่า มดกำลังอยู่ในบ้านที่เป็นบ้านของมดจริง ๆ (และพร้อมกันนั้นก็แบกหนี้ท่วมบ่าไปด้วยในตัว)
ความรู้สึกเต็มตื้นจริง ๆ ก็ตอนที่มดชี้ไปที่ฝาผนังบ้าน แล้วบอกคุณอ้วนให้ตอกตะปูลงไป เพื่อติดรูปที่มดชอบ รูปในกรอบไม่เล็กไม่ใหญ่ใบนั้นเป็นตัวแทนสิ่งแรกที่ประกาศกับมดอย่างโจ่งแจ้งว่า “นี่เป็นบ้านของฉัน” เพราะว่าในบ้านหรือห้องพักที่เราอยู่มานักต่อนัก เราจะไม่กล้าตอกตะปูลงไป เนื่องจากว่าเมื่อถึงเวลาคืนบ้าน เราต้องทำรูที่ตอกไว้ให้กลับเรียบเนียนดังเดิม
ดีใจที่วันนี้มีบ้าน แม้มันจะมาพร้อมหนี้ก้อนโต
Mod-x
April 2nd, 2008 at 9:27 pm
ดีใจด้วย…ไม่ได้ได้มาด้วยโชคใช่ป่ะ!!!
รัก*
April 8th, 2008 at 10:30 pm
อย่าลืมบ้านอีกหลังที่เมืองไทยนี่ด้วยล่ะ ^_^
April 9th, 2008 at 1:04 am
เฮ้ออออ ไม่รู้ว่า ชีวิตนี้ หนูจะมีบ้านเป็นของตัวเองได้เหมือนพี่มดหรือป่าว
แต่จะพยายามคับ
April 23rd, 2008 at 4:04 am
ทำงานตัวเป็นเกลียวเลย…ก็เพราะบ้านนี่แหละ
July 11th, 2008 at 4:49 am
โอ้โฮ หยาดเหงื่อของเพื่อนเรา น่ารักจ๊า….